Friday, 22 Sep 2017
  • default style
  • blue style
  • green style
  • red style
  • orange style
You are here: Home เกี่ยวกับเรา สาร์นจากประธานโครงการหลักสูตร

สาร์นจากประธานโครงการหลักสูตร

 
เราใช้เวลากว่าสามปีร่วมกับการเดินทางนับหมื่นกิโลเมตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อหาข้อมูลและแนวทางความร่วมมือต่างๆ สำหรับนำมาพัฒนาเป็นหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

   ขณะนี้เราถูกบุกรุกทางด้านอุตสาหกรรมบันเทิงโดยเฉพาะงานทางด้านดนตรีอย่างหนักจากภายนอกประเทศ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอุตสาหกรรมดนตรีมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กับอุตสาหกรรมดนตรีทำให้มีผลกระทบทำให้กระบวนการจัดจำหน่ายเปลี่ยนแปลงไป รายได้จากการจัดจำหน่ายแบบเดิมแทบจะหามูลค่าไม่ได้เลยทำให้ยักษ์ใหญ่หรือเจ้าของอุต สหกรรมการผลิตดนตรีหลายรายต้องเบนเข็มไปสนใจธุรกิจอื่นๆแทน จากจุดเองนี้เป็นจุดหักเหของวงการดนตรีในประเทศไทยเป็นอย่างมาก จากที่เคยมีการปลุกปั้นวงดนตรีและแนวดนตรีใหม่ๆให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ มีการทัวคอนเสริทซ์และเวทีต่างๆให้ศิลปินหน้าใหม่ๆได้มีโอกาสเสนอผลงานตามที่ต่างๆโดยเฉพาะในสถานศึกษาต่างๆ ผมยังจำได้ตอนที่เป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ทุกๆปี จะมีศิลปินมาเวียนมาเล่นฟรีคอนเสริทซ์ให้พวกเราได้ชมกับหลายรอบ สิ่งเหล่านี้ได้หายไปจากวงการดนตรีในประเทศไทย เด็กก็เลยหันไปเสพงานเพลงทางอินเตอร์เนทฟังเพลง K-POP กันทุกวัน จนหน้าตาการแต่งตัวจะกลายเป็นเทรนเกาหลีกันหมดประเทศแล้ว จุดนี้เองทำให้วงการดนตรีของประเทศไทยมีความอ่อนแอเป็นอย่างมากทั้งที่เรามีบุคคลากรที่มีฝีมืออยู่มากแต่ขาดการสนับสนุน ในทางกลับกันอุตสหกรรมดนตรีในต่างประเทศมีการพัฒนารุดหน้าไปอย่างมากโดยอาศัยเทคโนโลยี มีการส่งเสริมการพัฒนาอุตสหกรรมดนตรีกันอย่างแพร่หลาย ในบางประเทศกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติเลยเพราะเขาเล่งเห็นผลประโยชน์มหาศาลที่จะตามมาโดยใช้อุตสาหกรรมทางด้านดนตรีเป็นตัวนำ เขาได้พยายามแผ่ขยายอุตสหกรมดังกล่าวไปยังต่างประเทศรวมถึงในประเทศไทยด้วย จากเราที่มีความอ่อนแอทางด้านนี้อยู่แล้วเราก็ตอบรับการแพร่ขยายของเขาเข้าไปอย่างเต็มๆ คนไทยรวมทั้งเยาวชนรุ่นใหม่เสพงานเขาเข้าไปอย่างเต็มๆ คงปฎิเสธไม่ได้ที่ดนตรีสามารถเข้าถึงคนได้ง่ายทุกชนชั้น จากนั้นเขาสามารถที่จะแฝงสิ่งต่างๆ ให้เข้าไปกับดนตรีที่เขาเผยแพร่ได้ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียนประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน แม้แต่สินค้าที่เขาขาย เรากำลังถูกคลอบงำทางการบริโภคอย่างแรงถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาสู้กับเขา เราจะสูญเสียอย่างมหาศาล วันข้างหน้าศิลปินเราจะไม่มีที่ยืนแม้ในบ้านตัวเอง ต้องปรับตัวให้เข้ากับเทรนที่เขากับกำหนดถึงจะอยู่รอด คอนเสริทซ์ที่เคยจัดเป็นสิบๆรอบเต็มทุกครั้งแบบพี่เบิร์ด อัสนี-วสันต์ คาราบาว โดยศิลปินไทยจะกลายเป็นตำนานเล่าขานให้ลูกหลานได้ฟังว่าครั้งหนึ่งเราเคยมีศิลปินที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ พวกเรายอมไม่ได้และเนื่องจากเรามีความถนัดทางด้านเทคโนโลยี และวิศวกรรมเป็นทุนอยู่แล้ว นี่เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เกิดแนวความคิดในการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสมขึ้นมาในประเทศไทย เราจะใช้ความรู้ความสามารถทางด้านวิศวกรรม และเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ร่วมกับบุคคลในวงการที่มีความเชี่ยวชาญและมีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศช่วยกันผลิตบุคคลกรที่มีคุณภาพ เพื่อมาช่วยกันผลักดันให้วงการอุตสหกรรมดนตรีของเรามีมาตราฐานในระดับสากล จะได้เป็นกำลังสำคัญอีกทางหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนวงการดนตรีของเราให้คงอยู่และพัฒนาให้แพร่กระจายออกไปทั่วโลกดังเช่นหลายประเทศที่เขากำลังทำอยู่ในขณะนี้ เพื่อไม่ให้วงการอุตสาหกรรมดนตรีบ้านเราเป็นเพียงแค่ตำนาน ดังคำที่เป็นบทหนึ่งของพระราชนิพนธ์แปล ในรัชกาลที่ 6

“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก

อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์

ฤาอุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี

และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี้

ไม่ควรใครไว้ใจในโลกนี้ เจ้าจงฟังดนตรีเถิดชื่นใจ“

ผศ.ดร.พิทักษ์ ธรรมวาริน

ประธานโครงการพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมดนตรีและสื่อประสม คณะวิศวกรรมศาสตร์ พระจอมเกล้าลาดกระบัง

Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it